เสี่ยงเศรษฐกิจ ขั้นถดถอย ของการตีโจทย์บโยบายทางการเงิน-คลัง ของไทย

เสี่ยงเศรษฐกิจ

เสี่ยงเศรษฐกิจ ขั้นถดถอย โดยนายประสาร ไตรรัตน์วรกุล อดีตผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้มีการเปิดเผยกับทาง “อินโฟเควสท์” ไว้ว่า ในภาพรวมของเศรษฐกิจโลกในขณะนี้ นั้นกำลังเผชิญกับปัจจัยที่ไม่แน่นอนที่จะส่งผลกระทบ อย่างมีนัยสำคัญหลายด้าน โดยที่ล่าสุดการแพร่ระบากของไวรัสโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบเป็นอย่างมาก ต่อทางด้านเศรษฐกิจที่ประเทศจีน ที่มีบทบาทที่สำคัญกับทางเศรฐกิจโลก ที่เนื่องมาจากขนาดของเศษรฐกิจของจีนที่คิดเป็น 16% ของ GDP โลก คาดว่า เสี่ยงเศรษฐกิจ ขั้นถดถอย ซึ่งเป็นผลกระทบที่เกิดขึ้นมาอย่างเชื่อมโยงมายังหลายภาคอุตสาหกรรม ที่เนื่องมากจากจีนนั้นเป็นแหล่งของ ซับพลายเชน หรือห่วงโซอุปทาน จำนวนมาก ของหลายอุตสาหกรรรมหลักของโลก ในขณะที่ประชากรชาวจีนเป็นผู้ที่เดินทางท่องเที่ยวที่สร้างรายได้หลักให้กับหลายประเทศเช่นกัน แต่อย่างไรก็ตาม ที่ว่าแนวโน้มทางเศรษฐกิจโลกนั้นกำลังเกิดการชะลอตัว และเชื่อว่าทางรัฐบาลของประเทศต่างๆ ก็ยังคงสามารถใช้เครื่องมือนโยบายการเงินและการคลังในลักษณะผ่อนคลาย ที่จะช่วยให้การประคับประคองภาวะของเศรษฐกิจโลกไว้ในช่วงนี้ และยังมีการจับตามอง 3 ปัจจัย ที่เสี่ยงกับ เศรษฐกิจประเทศไทย GDP ปีนี้ นั้นเสี่ยงว่าจะต่ำกว่า 2% ที่นายประสารได้กล่าวไว้ว่า ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมานั้นมีหลายปัจจัยลบ ที่ถาโถมเข้ามาทำให้กระทบกับเศรษฐกิจไทย หลายเรื่อง ปัจจัยแรกคือ ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่เนื่องมาจากเศรษฐกิจไทบนั้นเป็นเศรษฐกิจในรูปแบบเปิด ทำให้ได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกมากพอสมควร โดยเฉพาะที่หลายอุตสาหกรรมของไทยที่ต้องพึ่งพา ซับพลายเชนของประเทศจีนเป็นจำนวนมาก และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว  มีการพึ่งการนักท่องเที่ยวเป็นหลัก ซึ่งปัจจุบันก็ลดลงไปอย่างมาก แต่ก็คงต้องติดตามต่อไปว่าการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 นั้นจะยืดเยื้อไปนานแค่ไหน สำหรับปัจจัยภายในประเทศ ที่แม้ว่าการใช้จ่ายเงินงบประมาณของปี 2563 ที่มีความล่าช้านั้นจะเริ่มผ่อนคลาย โดยคาดอีกไม่นานนี้จะสามารถเบิกจ่ายงบประมาณได้ตามปกติ ซึ่งจะเป็นปัจจัยหลักของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ในช่วงครึ่งปีหลัง แต่สิ่งที่ต้องพึงระวัง คือปัญหาภัยแล้ง ที่เนื่องมาจากปริมาณน้ำในพื้นที่กักเก็บหลายแห่งในประเทศไทย นั้นอยู่ในระดับต่ำที่สุดในรอบหลายๆปีที่ผ่านมา โดยที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ที่จะมีผลกระทบกับทางภาคเกษตรกรรม ทำให้รายได้เกษตรกรลดลง และส่วนปัจจัยสุดท้ายที่เป็นปัจจัยเชิงโครงสร้างที่ต้องเข้ามาดูแล ก็คือ ปัญหาเรื่องหนี้ทางภาคครัวเรือน ที่แม้ว่าจะมีนโยบาย ของการเงินที่อยู่ในทิศทางที่ผ่อนคลาย ของแนวโน้มอัตราดอกเบี้ย ที่น่าจะทรงตัวในระดับต่ำ แต่ต่อไปอาจจะช่วยผ่อนคลาย สภาพคล่องระดับครัวเรือนได้บ้าง แต่ก็ยังจำเป็นที่ต้องให้ความสำคัญและมีการติดตามอย่างใกล้ชิด ถ้าหากมีการคลี่คลายได้ภายในครึ่งปีแรก ก็เชื่อว่าในช่วงครึ่งปีหลังเศรษฐกิจนั้นจะกลับมาฟื้นตัวได้ดี เหมือนครั้งที่เกิดการระบาดของโรคซาร์ส ในช่วงนั้น ก็ทำให้เศรษฐกิจโลกโดนกระทบไปถึง…

Read More

YLG ปรับราคาทอง ในประเทศปีนี้เป็น 25,000-27,000 บาท

YLG

YLG หรือ วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เผยถึงเรื่องสถานการณ์ ปรับราคาทอง เพิ่มขึ้นสูงสุด ในรอบ 7 ปี ว่าภาพรวมในปีนี้ ที่ราคาทองคำยังคงเคลื่อนไหวไปในทิศทางขาขึ้น หลังจากผ่านบริเวณ 1,616 ดอลลาร์ ต่อออนซ์ซึ่งเป็นระดับสูงสุด ของราคาทองคำในช่วงเดือน มีนาคม ปี 2556 YLG เป็นกรอบแนวต้านของปีนี้ ที่เคยมีการประเมินไว้ว่า จะทำให้ราคาแนวโน้มนั้น ปรับตัวขึ้นโดยที่มีโอกาสที่ราคาทองคำนั้นจะปรับตัวขึ้นไปสู่ระดับ 1,700 ดอลลาร์ ต่อออนซ์ ถ้าหากได้ ก็จะมีแนวต้านที่อยู่ในโซน 1,800 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งจะเข้าสู่โซนในระดับสูงสุด ของราคา ที่ช่วงเดือน กุมภาพันธ์, กันยายน และตุลาคม ของปี 2555 และเป็นจุดที่ราคาทดสอบหลายครั้งแต่ก็ไม่สามารถผ่านได้ ในส่วนของราคาทองคำในประเทศไทย ที่มีการคาดการณ์ว่า จะยังคงได้รับแรงหนุนเพิ่มเติม จากค่าอ่อนตัว ของค่าเงินบาท เนื่องจากที่ปัญหาภัยแล้ง ที่มีการกระทบ ต่อกำลังซื้อของทางเกษตรกร การระบาดของไวรัส โควิด-19 ที่มีผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวหลังจากที่จำนวนนักท่องเที่ยวจีนหายไป ซึ่งทำให้ส่งผลให้ GDP ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ที่เกิดการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ ที่จะเพิ่มโอกาสที่ธนาคาร แห่งประเทศไทย จะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ย ตามนโยบานลงเพิ่มเติมอีก ซึ่งจะเป็นปัจจัยที่กดดันค่าเงินบาท ที่ยังเคลื่อนไหวในกรอบของค่าเงิน อ่อนค่า จึงจะเพิ่มโอกาสที่ราคาทองคำในประเทศที่จะแตะในระดับ 25,500-27,000 บาทต่อบาททองคำในปีนี้ โดยที่ทองคำได้รับปัจจัยบวกหลายเรื่องในปีนี้ ได้แก่ สถานการณ์ของความตึงเคลียด ระหว่างสหรัฐ กับอิหร่าน ในช่วงต้นปี ที่ล่าสุดก็เกิดการระบาดของไวรัส โควิด-19 ซึ่งจะกระทบต่อการเติบโตททางเศรษฐกิจทั่วโลก ที่กระตุ้นสถานการณ์ FED ที่ลดดอกเบี้ยในปีนี้ ส่วนตลาดบอนด์ กลับมาเกิด ภาวะ Inverted yield curve ระหว่างบอนด์ยีลด์ของสหรัฐ อายุ 3 เดือน…

Read More

ภาวะตลาดหุ้นไทย 21 ก.พ. ปิดเช้าลบ 9.46 จุด หวั่นเศรษฐกิจชะลอ ในภูมิภาค

ภาวะตลาดหุ้นไทย 21

ภาวะตลาดหุ้นไทย 21 กุมภาพันธ์ 2563 ที่ปิดช่วง เช้า ในระดับ 1,481.78 จุด ที่ลดลง 9.46 จุด หรือ -0.63% ที่มีมูลค่า 22,269.66 ล้านบาท นักวิเคราะห์ฯ ได้มีการเปิดเผยว่า ทางตลาดหุ้นไทย ที่ยังคงเคลื่อนไหว Underperform ตลาดภูมิภาค ที่รับปัจจัยเฉพาะ ตัวกังวลเศรษฐกิจชะลอตัวหลังจากที่นักวิจัยหลายแห่ง ได้มีการทยอยปรับลดการคาดการณ์ GDP ที่ฉุดภาพตลาดการลงทุนเป็นโทนลบ ที่ประกอบด้วยการคาดการณ์กำไร ของ บล.ที่ลดลงและต่างชาติ ขายสุทธิต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามที่ตลาดหุ้นนั้นได้มีการปรับลง ติดต่อกันถึง 2-3 วัน ทำให้ภาพช่วงบ่ายอาจจะลดลงบ้าง ในขณะที่นักลงทุนนั้นยังคงจับตามอง ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคดีเงินกู้ของ พรรคอนาคตใหม่ ที่มองแนวรับ 1,470 จุด และแนวต้าน 1,500 จุด ภาวะตลาดหุ้นไทย 21 กุมภาพันธ์ 2563 ทางตลาดหลักทรัพย์ฯ SET ที่ปิดช่วงเช้าวันนี้อยู่ที่ระดับ 1,481.78 จุด ลดลงไป 9.46 จุด หรือ -0.63% ที่มีมูลค่าการซื้อขายกว่า 22,269.66 ล้านบาท โดยการซื้อขายของเช้าวันนี้ ดัชนีหุ้นไทย มีความเคลื่อนไหวในแดนลบ ตลาดการซื้อขาย โดยที่ดัชนี ที่ทำระดับ สูงสุด อยู่ที่ 1,487.88 จุด และทำระดับต่ำสุดอยู่ ที่ 1,479.50 จุด โดยนาย ณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล. ทรีนิตี้ ได้มีการกล่าวไว้ว่า ทางตลาดหุ้นไทยยังคงเคลื่อนไหว Underperform ที่ตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคชัดเจน นอกจากปัจจัยภายนอก เรื่องของการแพร่ระบาดของ โควิด-19…

Read More

หุ้น CRC ปิดเทรด ช่วงเช้า 42 บาท เท่ากับราคาขาย IPO พบบิ๊กล็อตกว่า 2 ล้านหุ้น

หุ้น CRC ที่ปิดเทรดไปในช่วง เช้า อยู่ที่ 42 บาท เท่ากับราคาขาย IPO ที่มีมูลค่าของการซื้อขายกว่า 6,678.23 ล้านบาท โดยที่เปิดตลาดอยู่ที่ 42 บาท ราคาสูงขึ้น 42.25 บาท และราคาลงต่ำสุด 41.50 บาท หุ้น CRC ต่อจากนี้ ที่บิ๊กล็อตที่1 รายการ ที่เป็นจำนวนหุ้น กว่า 2,096,966 หุ้น ที่มีมูลค่าของการซื้อขายกว่า 88.07 ล้านบาท ที่มีเทรดในราคาเฉลี่ย 42 บาท โดยที่ บล. หยวนต้า (ประเทศไทย) ได้มีการระบุว่า ในบทของการวิเคราะห์ฯ แนะเรื่องของการ ซื้อ หุ้น ของ บมข. เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น ที่ยังคงศักยภาพที่ดีมาจากการเป็นเป็นนำในตลาดค้าปลีก ที่พร้อมทั้งการพัฒนาระบบที่ช่วยหนุนยอดขายของทางระบบ Omni-Channel ที่มีการคาดกการ์ว่า จะเป็นผลตอยรับที่ดีในอนาคต ที่ในขณะเดียวกันทางด้านสถานะทางการเงินที่ดีโดยที่มีการคาดการณ์ ว่ายัง คงรักษาระดับไว้ได้ในเกณฑ์ดี ของระดับรายได้ที่ได้ต่อปีไม่ต่ำกว่า 2 แสนล้านบาท ที่อยู่ในระดับของความสามารถในการทำกำไรที่ดี ที่มีมาร์จิน 28-29% ซึ่งยังคงอยู่ในฐานสูง ของกลุ่มค้าปลีกที่ 25-30 % ที่คาดว่า กำไรปกติในช่วงเวลา 3 ปี  2562-2564 ที่จะมีอัตราของการเติบโตเฉลี่ย CAGR อยู่ที่ 17% ที่ในขณะเดียวกันที่ทางบริษัทได้มี NETIBD/Equity ที่มีสัดส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยราว 0.67 เท่า ซึ่งจะทำให้บริษัทสามารถลงทุนหรือต่อยอดในธุรกิจอื่นได้อีกในอนาคต ทั้งที่ การประเมินราคาที่เหมาะสมของ ทางบริษัทในช่วงสิ้นปี 2563 นี้ตั้งไว้ ที่ 48…

Read More

บลจ. ไทยพาณิชย์ โชว์บริหารอสังหาฯ – โครงสร้างพื้นฐาน Q4 ปี 62

บลจ. ไทยพาณิชย์

บลจ. ไทยพาณิชย์ บริษัทหหลักทรัพย์จัดการกองทุน ที่มีนาย ณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ได้มีการออกมาเปิดเผยว่า ทางบริษัทได้มีการจัดเตรียมจ่ายเงินปันผล ของกองทุนอสังหาริมทรัพย์ และ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานภายใต้ การบริหารงานสำหรับไตรมาส ที่ 4/2562 จากงาดของผลกำไรงานระหว่างวันที่ 1ตุลาคม-31 ธันวาคม 2562 จำนวน 5 กองทุน และการจ่ายลดทุนจำนวน 1 กองทุน ที่รวมเป็นมูลค่ามากกว่า 3,000 ล้านบาท ให้กับทางผู้ถือหุ้น ในวันที่ 3 มีนาคม 2563 บลจ. ไทยพาณิชย์ การจ่ายปันผล ที่ประกอบไปด้วย กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ที่ประกอบด้วยประเภทอาคารสำนักงานให้เช่า จำนวน 3 กองทุน ได้แก่ กองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ CPN คอมเมอร์เชียล โกรท CPNCG ที่ลงทุนในอาคารสำนักงาน ดิออฟฟิศเศส แอน เซ็นทรัลเวิลด์ โดยในช่วงไตรมาสที่ 4 ปี 2562 ที่ผู้เช่า พื้นที่รายใหญ่นั้นได้ต่อสัญญาของการเช่าพื้นที่ กับทางกองทุนต่อไป ที่มีอัตราในส่วนของค่าเช่าที่ปรับขึ้นได้นั้นเป็นไปตามนยาบาย เพื่อที่ให้มีความสอดคล้องกับค่าเช่าตามอัตราของตลาดในปัจจุบัน เมื่อมองภาพรวมของปี 2562 ที่ทางกองทุน CPNCG ได้มีการจ่ายเงินปันผลที่รวมทั้งสิ้น 1.0052 บาทต่อหน่วย ที่เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ที่จ่ายไป 0.9586 บาทต่อหน่วย ซึ่งก็จะนับว่าการเพิ่มขึ้นประมาณ 4.9 % โดยที่ในครั้งนี้จะจ่ายเงินปันผล ในอัตรา 0.2005 บาทต่อหน่วย ซึ่งจะเป็นครั้งที่ 29 รวมจ่ายเงินปันผล 6.5216 บาทต่อหน่วย ที่นับตั้งแต่วันที่จ่ายเงินปันผลครึ้งแรกไปเมื่อวันที่ 114 กุมภาพันธ์ 2556 ที่เป็นกองทุนที่รวมสิทธิของการเช่าอสังหาริมทรัพย์ ไพร์มออฟฟิต…

Read More

Thai capital market ขานรับแผนฯ ชาติ “ธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน”

Thai capital market ขานรับแผนฯ ชาติ ของฝ่ายส่งเสริมธรรมาภิบาลและความยั่งยืน สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เผยแพร่บทความเรื่อง “ครั้งแรกของเอเชีย! ตลาด”ธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน”เตรียมอบรม สร้างความพร้อม บริษัทจดทะเบียน”ว่าอดีต CEO บริษัทยักษ์ใหญ่ของโลกอย่าง Unilever ได้กล่าว สิทธิมนุษยชนเป็นรากฐานสำคัญของสังคมที่เข้มแข็งและธุรกิจที่ยั่งยืน นอกจากการประชุมชั้นนำในเวทีระหว่างประเทศแล้ว แม้ในงานประกาศรางวัลภาพยนตร์ระดับโลกอย่างออสการ์ยังต้องกล่าวถึงเรื่องสิทธิมนุษยชน จนกลายเป็นประเด็นที่ผู้คนทั่วโลกให้ความสำคัญ โดยผู้ประกอบธุรกิจ มิเช่นนั้นผู้ลงทุนที่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ย่อมพากันเมินหน้าหนี Thai capital market ขานรับแผนฯ ชาติ เห็นได้จากตัวอย่างในหลายประเทศ กิจการที่เอาเปรียบด้านแรงงาน หรือปล่อยของเสียจากการผลิตสู่พื้นที่ชุมชนหรือสิ่งแวดล้อม ล้วนได้รับผลกระทบย้อนกลับหลายด้าน เช่น ถูกยกเลิกสิทธิพิเศษทางการค้า ราคาหุ้นตก ผลตอบแทนการลงทุนในหุ้นลดลง และต้นทุนการดำเนินธุรกิจเพิ่มขึ้น ล่าสุด สหประชาชาติ (UN) เปิดเผยรายชื่อ 112 บริษัทที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจผิดกฎหมายในที่ตั้งถิ่นฐานในเขตเวสต์แบงก์ และทำให้เกิดข้อวิตกกังวลด้านสิทธิมนุษยชน ซึ่งอาจตกเป็นเป้าหมายการถูกคว่ำบาตร และถูกถอนการลงทุนได้ นับว่ามีสัญญาณที่ดีขึ้นในส่วนของภาคธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับการเคารพสิทธิมนุษยชน โดยไทยเป็นประเทศแรกในเอเชียที่ประกาศใช้แผนปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน (National Action Plan: NAP) เมื่อปลายปี 2562 สำนักงาน ก.ล.ต.ในฐานะหน่วยงานกำกับและพัฒนาตลาดทุน ได้รับมอบหมายให้เป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนตามกรอบ NAP ที่จะส่งเสริมและผลักดันให้บริษัทจดทะเบียน (บจ.) และผู้ประกอบธุรกิจในตลาดทุนนำหลักการชี้แนะว่าด้วยธุรกิจและสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UN Guideline Principles on Business and Human Rights: UNGPs) มาปรับใช้อย่างเป็นรูปธรรม ครอบคลุมมิติด้านแรงงาน การลงทุนต่างประเทศและบรรษัทข้ามชาติ รวมทั้งสามารถนำกระบวนการในการตรวจสอบด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Rights Due Diligence: HRDD) ไปใช้ในการบริหารความเสี่ยงขององค์กรได้ ก.ล.ต. ปักหมุดขับเคลื่อนตาม NAP โดยผนวกเป็นส่วนหนึ่งของแผนขับเคลื่อนตลาดทุนไทยผ่านการบูรณาการและร่วมดำเนินการกับพันธมิตรในประเทศและองค์กรระหว่างประเทศ อาทิ สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) สำนักงานโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) สมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย…

Read More

Dow barely moved. จับตาผลประกอบการ เลขศก.,ไวรัส ก่อนหยุดยาวสุดสัปดาห์

Dow barely

Dow barely moved. ดัชนีดาวโจนส์ที่มีการปรับตัวแคบลงวันนี้ ในขณะที่นักลงทุนมีการจับตาการเปิดเผยผลการประกอบการ ของตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ และยังมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 Dow barely moved. ในช่วงเวลา 22.22 น. ตามเวลาของไทย ที่ดัชนีเฉลี่ยของอุสาหกรรมดาวโจนส์ นั้นอยู่ที่ 29,419.31 จุด ที่ลบ 4.0 หรือ 0.01% ของตลาดหุ้นวอล์ลสตรีท ที่จะปิดทำการให้วันจันทร์หน้า เนื่องจากเป็วันประธานาธิบดี ที่ดัชนีดาวโจนส์นั้น มีแนวโน้มพุ่งขึ้นสูงมากกว่า 1% ในช่วงสัปดาห์นี้ ที่แม้ว่าจะมีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ได้มีการเรียกร้องพรรคคอมิวนสต์ ที่จีนได้มีการทำการอุดช่องโหว่และจุดอ่อนที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ระบาดของไวรัส โดยที่มีการกล่าวไว้ว่า หลังจากที่ทางสหรัฐได้มีการแสดงความเห็นถึงความไม่เชื่อมั่นต่อการเปิดเผยข้อมูลของรัฐจีน ที่เกี่ยวกับไวรัส ทั้งนี้ ของคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจีน NHC ได้มีการเปิดเผยว่า ผู้ที่เสียชีวิตจากโรคปอดอักเสบที่เกิดการติดเชื้อไวรัส ในจีนที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น 121 ที่ส่งผลให้ยอดรวมของผู้เสียชีวิต ของการส่งยอดของผู้เสียชีวิตทั่วประเทศ อยู่ที่ระดับ 1,380 ราย ส่งจำนวนของผู้ติดเชื้อที่จีนเพิ่มขึ้นอีก 5,090 ราย ที่ส่งผลให้ยอดรวมผู้ติดเชื้อในจีนอยู่ระดับ 63,851 ราย NHC ระบุว่า ทางการคณะกรรมการที่ได้หักจากจำนวนของผู้เสียชีวิต 108 ราย จากจำนวนของผู้เสียชีวิตทั่วประเทศ ที่เนื่องมาจากการนับที่ซับซ้อนในมณฑลหูเป่ย และวันนี้เป็นวันที่ 2 ของการมีการเปลี่ยนแปรง ของข้อมูลผู้ติดเชื้อและเสียชีวิต ราคาหุ้น บริษัท Nvidia ที่เป็นผู้ผลิตชิปรายใหญ่ของทางสหรัฐ ที่พุ่งขึ้นไปหว่า 6% หลังเปิดเผยถึงตัวเลข กำไรและรายได้ในช่วงไตรมาสที่ 4 ที่สูงกว่าตัวเลขของการคาดการณ์ ของนักวิเคราะห์ ทั้งนี้ได้มีการเปิดเผยถึงกำไรที่ระดับ 1.89 ดอลลาร์/หุ้น ที่สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 1.69 ดอลลาร์/หุ้น CR. UFABET1688

Read More

Kasikorn bank โชว์ฟอร์มปันผล 7 กองหุ้น ตปท. สวนกระแสความผันผวนโลก

Kasikorn bank

Kasikorn bank หรือ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด (บลจ.กสิกรไทย) โดย นาย นาวิน อินทรสมบัติ Chief Investment Officer หรือ คณะกรรมการผู้จัดการ สายงานจัดการลงทุนต่างประเทศ ได้มีการเปิดเผยว่า ทางบริษัทได้มีการมติการปันผล 7 กองทุนหุ้นต่างประเทศ Kasikorn bank 7 กองทุนหุ้น ได้แก่ กองทุนเปิด เค โกลบอล เฮลท์แคร์ หุ้นทุน K-GHEALTH และกองทุนเปิดเปิดเค โกลบอล เฮลแคร์ หุ้นทุน Unhedged (K-GHEALTH(UH)) สำหรับรอบผลของการดำเนินงาน วันที่ 1 พฤศจิกายน 62- 1 มกราคม 63 ในอัตรา 0.20 บาทต่อหน่วย กองทุนเปิดเค ยูโรเปียน K-EUROPE และ กองทถนเปิดเค ยูโรเปียน ซิลเวอร์เอจ หุ้นทุน (K-EUSAGE) สำหรับรอบผลการดำเนินงาน ในวันที่ 1 สิงหาคม 62 – 31 มกราคม 63 ในอัตรา 0.20 บาทต่อหน่วย กองทุนเปิดเค โกลบอล อีเมอร์จิ้ง มาร์เก็ต ออพเพอร์ทูนนิตี้ K-GEMO และกองทุนเปิดเค ยูเอสเอ หุ้นทุน -A ชนิดจ่ายเงินปันผล K-USA-U(D)) สำหรับรอบของผลการดำเนินงาน 1 พฤภาคม 62 – 31 มกราคม 63…

Read More

Krungthai คาดกำไร 63 โตต่อเนื่อง จากปีก่อน ยอดที่จ่ายบัตร+15%สินเชื่อ +10%

Krungthai

Krungthai Card Public Company Limited หรือ บมจ. บัตรกรุงไทย KCT ได้มีการกล่าวว่า  ทางบริษัทได้มีการคาดการณ์ ว่ากำไรของปีนี้ จะยังเติบโตอย่างต่อเนื่องจากปีก่อน ที่ตามการเติมโตของธุรกิจของบัตรเครดิต ที่คาดว่าจะมียอดใช้จ่ายผ่านบัตรที่เติบโต 15% และการเพิ่มจำนวน บัตรเครดิตอีก 3.2-3.5 แสนบัตรโดยที่ทางบริษัทฯ ยังคงทำโปรโมชั่น และแคมเปญให้ออกมาอย่างต่อเนื่องตลอดปี ที่มีการขยายการร่วมมือ กับทางพันธมิตรร้านอาหาร การท่องเที่ยว และการทำโปรโมชั่น แล้วยังมีแคมเปญต่างๆ อีกมากมาย เพื่อเป็นการขยายฐานลูกค้าให้มากขึ้น เพื่อเป็นการส่งเสริมการสมัครบัตรใหม่ และการกระตุ้นยอดการใช้จ่ายของลูกค้า ที่รวมถึง การบริหารการชำระหนี้ของลูกหนี้ หรือ การมีประวัติ การผ่อนชำระดี Krungthai สำหรับการผ่อนจ่าย สำหรับสภานณการณ์ ใช้จ่ายผ่านบัตรในช่วงเดือน มกราคม ที่ผ่านมา นั้นยังคงเติมโต ได้อย่างดี แต่การเติบโตในระดับที่น้อยลง หลังจากการที่มีการแข่งขันที่สูงขึ้น โดยเฉพาะการเดลีเวอรี่ แต่ยังมีโอกาสที่ดีในการเติมโตในส่วนของซุปเปอร์มร์เก็ต และออนไลน์ ในขณะที่ ทางภาคการท่องเที่ยวที่เริ่มเห็นสัญญาณของการชะลอการออกตั๋วเครื่องบิน และการยกเลิกตั๋ว ซึ่งทางบริษัท ก็จะติดอยู่ระหว่าง การติดตามสถานการณ์ อย่างใกล้ชิด นั้นว่าจะมีผลกระทบมากน้อยเพียงไหน ในขณะที่ทางธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคล ที่ทางบริษัทฯ ตั้งเป้าว่ามีการเติบโตอยู่ 10% จากปีก่อนอยู่ราว 7% เนื่องด้วยภาวะของเศรษฐกิจชะลอตัว ที่ส่งผลทำให้ลูกค้าที่มีความต้องการ ทางการใช้เงินจำนวนมาก ที่อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ได้มีการตั้งเป้าคุมหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) รวมปีนี้ให้อยู่ในระดับใกล้เคียง กับปีก่อนที่อยู่ที่ 1.06% แม้ขณะนี้เริ่มเห็นสัญญาณคุณภาพของสินทรัพย์ (Asset Quality) แย่ลง และเศรษฐกิจชะลอตัว มีผลกระทบต่อลูกค้า โดยเฉพาะลูกค้า Manufacturing และ Trading แต่บริษัทฯ เชื่อว่าจะสามารถรับมือได้ดีกว่าค่ายอื่น จากการคัดเลือกลูกค้าอยู่ในเกณฑ์ที่ดี ประกอบกับบริษัทฯ ยังมีแผนนำเทคโนโลยีเข้ามา คาดจะช่วยให้ต้นทุนค่าใช้จ่ายลดลงในระยะยาว CR.…

Read More

NC Group ตั้งเป้าปี 63 ทำยอด 2.7 พันลบ. รายได้ 1.6 พันบล.

NC Group

NC Group หรือ บมจ. เอ็น.ซี.เฮ้าส์ซิ่ง (NCH) โดยนาย สมนึก ตันฑเทอดฑธรรม กรรมการผู้จัดการ ได้มีการออกมาเปิดเผยว่า ในช่วงปีนี้ของทางบริษัทที่พร้อมทั้งการรุกขยายธุรกิจโครงการแบบแนวราบ ที่เพิ่มขึ้น ยังมุ่งการเติบโตของ บ้านทาวเฮ้าส์ บ้านแฝด บ้านเดี่ยว โดยระดับราคาอยู่ที่ 2-5 ล้านบาท กับการสร้างฐานลูกค้าให้กว้างมากขึ้นด้วยการสื่อการตลาดออนไลน์ ที่เข้าถึงกลุ่มผู้ซื้อบ้าน และมีกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมทางการขาย เพื่อการรองรับการเปิดโครงการใหม่แนวราบเพื่อเพิ่มอีก 5 โครงการ ในอีก 3 ทำเลศักยภาพ ที่มีมูลค่ากว่า 3,500 ล้านบาท พร้อมทั้งตั้งเป้าหมายของยอดขายกว่า 2,700 ล้านบาท และการรับรู้รายได้ 1,600 ล้านบาท NC Group กับการวางแผนงาน การดำเนินงาน เพิ่มชูความพร้อมเสริมความแกร่ง ด้วย 3 กลยุทธ์หลัก ที่เดิมทีตามแผนการธุรกิจหลักขององค์กร “รู้จักบ้าน รู้ใจคุณ” นั้นก็ตอบรับความมั่นใจให้กับแบรนด์ คือ Product โดยการมุ่งเน้นการพัฒนาสินค้า ที่เพิ่มทางเลือกให้กับผู้เลือกซื้อบ้าน ด้วยการควบคู่การพัฒนา Strategic Partner ที่พันธมิตรของผลิตภัณฑ์ ให้ถูกในผู้อยู่อาศัยยุคใหม่ Customer Centric การให้ความสำคัญกับลูกค้า เป็นอันดับแรก เพื่อเพื่อการบริการที่มีการยกระดับการอยู่อาศัย ในสังคมชุมชนให้สอดคล้องกันกับ แนวคิด “รู้จักบ้าน รู้ใจคุณ” ไปสู่ต้นแบบของการดูแลบริหารชุมชนโครงการบ้านจัดสรรที่ดี Home Innovation ที่นำนวัตกรรม และเทคโนโลยี เพื่อที่อยู่อาศัย มาพัฒนาโครงการ โดยที่ผนึกพันธมิตร ให้ดีขึ้น ที่มีความทันสมัย สะดวก สบาย เอื้อต่อการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมีความสุข โดยที่มีการเปิดเผยว่าโครงการใหม่ ที่ปีนี้จะเน้นโครงการแนวรับทั้งหมด ที่ส่วนใหญ่ นั้นเป็นทาวน์เฮ้าส์ และบ้านแฝด ที่อยู่ในกลุ่มราคา 2-5 ล้านบาทมากขึ้น เพราะเป็นกลุ่มระดับกลางที่ยังมีโอกาส…

Read More