Tulip Mania บทสรุปวิกฤต เมื่อดอกไม้ราคาแพงกว่าบ้าน

Tulip Mania

Tulip Mania บทสรุปของวิกฤต เมื่อพูดถึงวิกฤตทางการเงิน กับคำว่า ต้มยำกุ้ง ที่อาจจะผุดขึ้นมาในความคิดของหลายๆคน เป็นอันดับแรก เพราะคือวิกฤตของคนไทยที่ ต้องประสบกับปัญหาอย่างใกล้ชิดที่สุด และในเวลาเดียวกันนั้น เพราะวิกฤตในครั้งนั้นที่ทำให้คนไทยต้องสูญเสียเงินจำนวนมหาศาล

Tulip Mania วิกฤตทางการเงิน

ทั้งหลายนั้นมักจะมาจากส่วนที่มีความซับซ้อน วิกฤตต้มยำกุ้งในปี 2540 ที่มาจากการเปิดเสรีทางการเงินที่มีชื่อสุดเท่ว่า BIBF วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ในปี 2551 ที่มาจากตราวารที่เรียกว่า CDS หรือ MBS ทีก็ดูเหมือนว่ายิ่งโลกทางการเงินก็ยังดูแม่แน่ชัด มันก็ยิ่งมีวิกฤตที่เกิดขึ้นได้ง่ายเท่านั้น

แต่ถ้าลองขุดให้ลึกลงไปในชื่ออันซับซ้อนที่พรางตาเราอยู่ ที่วิกฤติ ทั้งหลายนั้นล้วนมาจากสาเหตุเดียวกัน ที่มาจากคำว่า ความโลภ ที่ก็แปลว่าวิกฤตไม่ได้เป็นของใหม่ แต่มันอาจจะเกิดขึ้นมานานแล้ว ที่เราจะต้องเจอกับ วิกฤตทางการเงินครั้งแรกที่นึกย้าอนไปเมื่อตอนปี  1636 ทีเดียว ที่มีวิกฤตที่มีอย่างสวยงาม ที่มีชื่อว่า วิกฤตดอกทิวลิป

โดยที่วิกฤต วิกฤตดอกทิวลิป ที่เป็นวิกฤตทางการเงินที่เกิดขึ้นระหว่างปี 1636-1637 ในประเทศเนเธอแลนด์เพียงชื่อก็บอกแล้วว่ามันมีมาจากดอกทิวลิป ที่ก่อนหน้านั้นเนเธอร์แลนด์ นั้นยังไม่มีดอกทิวลิป และยุโรปก็ยังไม่มีทิวลิป มันเป็นสินค้าต่างแดน ที่มาจากประเทศตุรกี ด้วยความที่เป็นของแปลกใหม่นี้เอง มันจึงเป็นดอกไม้หายากที่ใครๆ ต่างก็อยากจับจอง ราคาของมันจึงค่อยๆ สูงขึ้นทีละนิด ทีละนิด   การซื้อขายดอกทิวลิปเขาไม่ได้เริ่มซื้อกันตอนที่มันบานแล้ว ที่พ่อค้าแม่ค้าหยิบเอามาเทรดกันตั้งแต่มันยังเป็นหัวด้วยซ้ำไป เพราะธรรมชาติของดอกทิวลิปจะใช้เวลาเป็นปี ถึงจะเบ่งบานได้ ที่นอกจากจะซื้อขายกันตั้งแต่ยังเป็นหัว ผู้ปลูกทิวลิป รวมถึงพ่อค้าคนอื่นๆ ยังเริ่มทำการซื้อขายทิวลิปด้วยสัญญาล่วงหน้า (Future) ความหมายง่ายๆ ก็คือซื้อขายหัวทิวลิปกันด้วยกระดาษ จ่ายเงินมหาศาลเพื่อกระดาษใบเดียว นั่นแปลว่าเครื่องมือทางการเงินอันซับซ้อนก็มีมาตั้งแต่สมัยบ้านเรายังรบกับพม่า  

แต่ถ้าดอกทิวลิปสีพื้นๆ ธรรมดานั้นก็ยังไม่ได้แพงเท่าไหร่ แต่ถ้าหัวดอกทิวลิป ไหนที่มีหลายสี มีลาย หรือมีจุดแปลกๆ พวกนี้ล่ะคือหัวทิวลิปที่มีราคาสูงลิบลิ่วชนิดที่ว่าซื้อบ้านได้หนึ่งหลังแล้วยังเหลือเงินตกแต่งเฟอร์นิเจอร์ครบชุดอีกด้วย เพื่อให้เห็นภาพ ว่ากันว่าหัวทิวลิปราคาแพงที่สุดตอนนั้นซื้อขายกันที่ราคาประมาณ 5,000 ฟลอรินส์ มีคนลองเทียบแล้วคิดเป็นค่าเงินปัจจุบันราวๆ 750,000 เหรียญ หรือถ้าคิดเป็นเงินไทยประมาณ 23 ล้านบาท ทิวลิปหนึ่งหัวราคาพอๆ กับเพนท์เฮาส์ย่านสาทรยังไงยังงั้นเลย

ที่อย่างไรก็ตามที่ วิกฤตดอกทิวลิปยังคงให้บทเรียนที่ดีกับเราเสอม ถึงไร้เหตุผลของมนุษย์ที่ยินดีจะจ่างในราคาที่สูงก็ตาม ให้กับอะไรที่มีความเชื่อว่ามันดี แม้กระทั่งดอกทิวลิปที่คิดดูเล่นว่าสินทรัพย์ทางการเงินมากมายในยุคนี้ หรือที่บริษัทมากมายในตลาดหุ้น ที่มีสตอรี่ดูดี อนาคตรุ่งโรจน์ ก็จะสามารถหลอกล่อความโลภของคนได้ดีขนาดไหน

CR.UFABET

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *