JCK International
ข่าวการเงิน

JCK International ในปี 63 Turn around คาดเป้าไว้ 3 พันลบ.

JCK International หรือ บมจ. เจซีเค อินเตอร์เนชั่นแนล โดยนาย อภิชัย เตชะอุบล ประธานกรรมการและประธานบริหาร ได้มีการออกมาเปิดเผยว่า ทางบริษัทได้มีการจัดทำแผนการธุรกิจสำหรับปี 2563 โดยที่ตั้งเป้าหมายไว้ว่า ผลประกอบการนั้นจะสามาพลิกมาเป็นบวก (Turn around)  ที่มีการคาดการณ์ว่า จะมีรายได้รวมอยู๋ที่ประมาณ 3,000 ล้านบาท ที่เติบโตประมาณ 522% ที่รับผลจากทุกหน่วยงานธุรกิจที่มีทิศทางการเจิบโตที่ดี

JCK International หรือ บมจ. เจซีเค อินเตอร์เนชั่นแนล

สำหรับธุรกิจขายที่ดิน ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม ยังคงเป็นธุรกิจที่อยู่ในหลักของการล้านรายได้ ที่คาดว่าจะเป็นตัวที่สามารถขายที่ดินในปี 2563 นี้ จำนวน 200-300 ไร่ ที่เพิ่มมาจาก ในปี 2562 ที่มียอดขายที่ดินไม่มานัก เนื่องจากการที่ได้รับผลบวกจากภายหลังที่ประการการใช้แผนผังการใช้ที่ดินในเขตของการพพัฒนาพิเศษของทางภาคตะวันออก (EEC)  

ในขณะที่ธุรกิจ ของการให้เช่าคลังสินค้า ที่คาดไว้ว่าจะมีการปล่อยให้เช่าเพิ่มอีกไม่ต่ำกว่า 40,000 ตารางเมตร และจะมีการขายเข้าไปยังกองทรัสต์ เพื่อการลงทุนในส่วนของอสังหาริมทรัพย์ (REIT) ในช่วงเวลาของปลายปีนี้ ถ้าเป็นไปในตามแผนการที่คาดไว้ ที่จะทำให้สามารถรับรู้ได้ถึงรายได้ของช่วงปี 2563 นอกจากนี้ บริษัทยังได้รับสิทธิในการเช่าในที่ดินที่มีจำนวน ถึง 1,300 ไร่ ที่เป็นระยะ 50 ปี ที่ตั้งอยู่ที่พื้นที่จังหวัดนครพนม ใกล้กับสะพานมิตราภาพไทย-ลาว แล้วยังสามารถเชื่อมต่อไปยังประเทศจีน เวียดนาม และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ที่สำคัญในอนาคตนั้นจะมีรถไฟทางคู่ ที่เชื่อมผ่านถึงกัน จะสงผลให้กลายเป็นพื้นที่สำคัญ ที่คาดว่าจะได้รับความสนใจจากกลุ่มนักลงทุนที่ติดต่อขอเช่าพื้นที่

แต่สำหรับธุรกิจ ของการพัฒนาคอนโดมิเนียม ที่เป็นโครวการ อาร์ติซาน รัชดา อาคารสูง 34 ชั้น จำนวน 4 อาคาร ที่รวมถึง 1,337 ยูนิต ซึ่งบริษัท นั้นจะร่วมลงทุนกับทางพันธมิตร จากทางประเทศจีน ในขณะนี้ นั้นมียอด ขายนั้นเกินกว่า 80%  และยังคาดว่าจะสามารถเริ่มรับรู้ถึงรายได้จากการขายในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ ที่มีงบประมาณถึง 5,000 ล้านบาท

โดยที่มีการกล่าวว่า ทางบริษัทได้มีการยืนยันเป็นเบื้องต้นจากนักลงทุนไต้หวัน ที่ตัดสินใจเลือกประเทศไทยเป็นฐานของการผลิต เซรามิคคอนดักเตอร์ ที่มีเนื้อที่กว่า 50-60 ไร่ ที่หลังจากที่ก่อนหน้านี้ อยู่ระหว่างกาตัดสินใจเลือกว่าระหว่างประเทศไทย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ ยังรวมไปถึงการมีลูกค้าจากกลุ่มประเทศยุโรปที่ให้ความสนใจ ในการลงทุนเป็นฐานการผลิตบรรจุภัณฑ์ อีกประมาณ 20 ไร่ ที่เนื่องจากเป็นสิทธิประโยชน์ ในพื้นที่ส่วน ECC ที่เป็นแรงจูงใจของนักลงทุนต่างประเทศ

ที่ในเดือนกุมภาพันธ์นี้ ทางบริษัท นั้นเตรียมที่จะร่วมเดินทางไปพร้อมกันกับทาง สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เพื่อที่ไปโรดโชว์ ที่พบกับนักธุรกิจ ในประเทศญี่ปุ่น และทุกครั้งที่ไป ก็จะได้รับข้อตกลงทางธุรกิจ อย่างมีความนัยสำคัญ ที่ทำให้มีความมั่นใจมากขึ้น ว่าในปีนี้นั้น จะสามารถขายที่ดิน ได้ตามเป้าหมาย ที่ตั้งไว้ถึง 200-300 ไร่  

CR. UFABET

LEAVE A RESPONSE

Your email address will not be published. Required fields are marked *