ตลาดหุ้นเอเชีย ปิดภาคอ่อนตัว เหตุวิตกการค้าจีน-สหรัฐ

ตลาดหุ้นเอเชีย

ตลาดหุ้นเอเชีย ได้ปิดภาค ของเช้านี้นั้นอ่อนตัวลง เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการค้าระหว่าง จีน และสหรัฐ ที่ภายหลังจากที่มีการรายงานข่าวว่า  ทางสหรัฐและจีน ไม่อาจจะสามารถบรรลุถึงข้อตกลงทางการค้าเฟสแรก ของภายในสิ้นปีนี้ได้ ตลาดหุ้นเอเชีย ของดัชนีภายในสิ้นปีนี้ ดัชนี NIKKEI 225 ของตลาดหุ้นญี่ปุ่น ที่ปิดภาคเช้า ไว้ที่ 22,872.03 จุด ที่ลดลงไป 276354 จุด หรือ -1.19% ดัชนี HSI ของตลาดหุ้นฮ่องกง ที่ปิดภาคเช้า ไว้ที่ 26,456.23 จุด ที่ลดลงไป 433.38 จุด หรือ -1.61% ดัชนี FBMKLCI ของตลาดหุ้นมาเลเซีย ที่ปิดภาคเช้า ไว้ที่ 1,588.60 จุด ที่ลดลงไป 12.54 จุด หรือ 0.78% ที่ทางสำนักข่าวรอยเตอร์ ได้มีการรายงานว่า ทางสหรัฐและจีน นั้นอาจจะไม่สามารถบรรลุข้อตกลงทางการค้าเฟสแรก ของภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งรอยเตอร์ได้รายงานโดยอ้าง ถึงผู้เชี่ยวชาญทางด้านการค้า และบุคคลใกล้ชิดกับทาง ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่กล่าวว่า การบรรลุข้อตกลง ทางการค้าเฟสแรกนั้นอาจจะมีการเลื่อนออกไปเป็นปีหน้า ในขณะที่ทางจีนนั้นต้องการ ให้ทางสหรัฐนั้นยกเลิกภาษีมากขึ้น เนื่องจากนี้ ทางหนังสือ พิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัล ได้มีการรายงาน โดยที่มีการอ้างว่าอดีตเจ้าหน้าที่ในรัฐบาลชอง ปธน. ทรัมป์ ที่ระบุว่า การเจรจาทางการค้าในขณะนี้กำลังเผชิญกับภาวะชะงักงัน ที่ข้อมูลทางเศรษฐกิจ ที่มีการเปิดเผยแล้วในวันนี้ ได้แก่ ยอดส่งออกของทางเกาหลีใต้ ในช่วง 20 วันแรกของเดือน พ.ย. ที่อยู่ในระดับ 2.82 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งจะลดลง 9.6% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันกับของปีที่แล้ว ซึ่งอยู่ในระดับที่ 3.12…

Read More

บลจ.ทาลิส มองตลาดหุ้นไทยระยะยาว ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 6-8%

บลจ.ทาลิส

บลจ.ทาลิส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ได้ออกมาเปิดเผยว่า มุมมองทางด้านการลงทุนในตลาดหุ้นไทย ในระยะยาว ถ้าหากอัตราดดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับต่ำ และสภาพที่คล่องตัว ของระบบการเงิน ยังมีอยู่สูง ก็จะสามารถที่จะผลักดัน ให้ทางตลาดหุ้นนั้นปรับขึ้นไปต่อได้ อีกทั้งในระยะยาว ก็ยังจะให้ผลตอบแทนที่ดี กว่าการลงทุนในตลาดหุ้น ที่ปรับตัวขึ้นไปต่ออีกด้วย แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าหากเศรษฐกิจ  ของประเทศ และผลประกอบการ ของทางบริษัทที่จดทะเบียน ก็ยีงคงเติบโต ในระดับที่ต่ำ ก็จะทำให้ส่งผล Upside ของตลาดหุ้นที่ค่อนข้างจะจำกัด ทั้งนี้  ถ้า บลจ.ทาลิส พิจารณาปัจจัยลบทั้งภายในและนอกประเทศ ก็คาดว่าแนวโน้มของผลตอบแทนของ ตลาดหุ้นไทย โดยเฉลี่ยก็น่าจะอยู่ที่ประมาณ 6-8 % ต่อปี ซึ่งการที่จะทำให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าตลาดได้ ที่ บลจ. จะเน้นเลือการลงทุนให้หุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานที่ดี และมีการเติบโตที่ดีกว่าค่าเฉลี่ยของตลาด ซึ่ง นางฉัตรรพี ได้กล่าวถึงภาพรวมของธุรกิจ ของ บลจ. ในช่วง 9 เดือน ที่ผ่านมา มีสินทรัพย์ภายใต้การบริการ ประเภทกองทุนส่วนบุคคล Private Fund อยู่ที่มูลค่า 12,600 ล้านบบาท จากข้อมูลในวันที่ 31 ตุลาคม 2562 ที่เติมโตเพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2561 ไปกว่า 8,000 ล้านบาท จากนักลงทุน ทั้งภายในและต่างประเทศ ที่เป็นสัดส่วนของเงินลงงทุนที่มาจากสถาบันต่างประเทศกว่า 60% ลูกค้าที่เป็นบุคคลรายใหญ่ 30% และเงินลงทุนที่มาจากลูกค้านิติบุลคล 10% ที่ปัจจัยหลักที่ทำให้กองทุนส่วนบุคคลของทาง บลจ. นั้นเติมโตขึ้นไปอย่างรวดเร็ว จากความเชื่อใจในกระบวนการของการบริหาร จัดการกองทุนอย่างมืออาชีพในระดับสากลของทีมผู้จัดการกองทุน ที่มีความเชี่ยวชาญ และมีประสบการณ์ ในเรื่องของการลงทุนมาเป็นเวลายาวนาน โดยเฉพาะหุ้นในตลาดไทย และมี Track Record ที่พิสูจน์ได้ว่าสามารถสร้างผลตอบแทน ที่ดีในระยะยาวกับลูกค้า โดยที่กลยุทธ์ในปี 62 ที่…

Read More

สคร. จัดเก็บเงินนำส่ง รายได้แผ่นดิน เดือนแรกปี 63 มูลค่า 63,642 ลบ. เป็น 34%

สคร. จัดเก็บเงินนำส่ง

สคร. จัดเก็บเงินนำส่ง รายได้แผ่นดินจากรัฐวิสาหกิจและกิจการ โดย นายประภาศ คงเอียด ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการ ของนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ได้เปิดเผยไว้ว่า ณ สิ้นเดือนตุลาคน ในปี 2562 ที่กระทรวงการคลัง ที่ถือหุ้นต่ำกว่า 50 % (กิจการฯ) เป็นมูลค่า 63,642 ล้านบาท ถ้าคิดเป็น 110% ของงบประมาณ ของ สคร. จัดเก็บเงินนำส่ง  การนำส่งรายได้แผ่นดิน จากรัฐวิสาหกิจและกิจการฯ ในเมื่อเดือนตุลาคม 2562 เป็นมูลค่า 58,094 ล้านบาท หรือคิดเป็น 34 % ของเป้าหมายของทั้งปี หรือช่วง เดือนตุลาคา 2562 – เดือนกันยายน 2563 เป็นมูลค่า 188,880 ล้านบาท ซึ่งก็ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดี ต่อการจัดการเก็บรายได้นำส่ง จากรัฐวิสาหกิจ ในปีงบประมาณ 2563 โดยที่ นายชาญวิชย์ นาคบุรี รองผู้อำนวยการ สคร. นั้นได้กล่าวเพิ่มไว้ว่า มางรัฐวิสาหกิจที่นำส่งรายได้ สูงสุด 5 อันดับแรก ในช่วงเดือนของ ปีงบประมาณ 2563 ที่สรุปได้ดังนี้ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย : 18,301 ล้านบาท บริษัท ปตท. จำกัด (หมาชน) : 13,139 ล้านบาท สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล : 9,191 ล้านบาท การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค : 5,733 ล้านบาท ธนาคารออมสิน : 5,409 ล้านบาท…

Read More

บมจ.ไทย อิงเกอร์ โฮลดิ้ง TIGER ลุ้นรายได้ปีหน้า 20-30% เศรษฐกิจชะลอ

บมจ.ไทย อิงเกอร์

บมจ.ไทย อิงเกอร์ โฮลดิ้ง TIGER นายจตุรงค์ ศรีเรืองโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ได้เปิดเผยว่า ทางบริษัทได้มีการตั้งเป้ารายได้ในปี 63 ไว้ว่าจะสามารถเติบโตได้ 20-30 % โดยปัจจุบัน ที่บริษัทนั้นมีปริมาณงานในมือ (Backlok) ราวๆ 940 ล้านบบาท บมจ.ไทย อิงเกอร์ โฮลดิ้ง TIGER หลังจากที่ในปี 2562 นี้ได้พลาดเป้าไปถึง 1.4 พันล้านบาท หรือโดยประมาณ1 พันล้านบาท จากการที่ บริษัท ไทย อิงเกอร์ จำกัด (TEC) ซึ่งเป็นบริษัทแกน ได้รับงานก่อสร้างใหม่จำนวน 3 โครงการประกอบการด้วย การมีโครงการปรับปรุงระบบการปรับปรุงระบบจำหน่ายเป็นเคเบิลใต้ดิน การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ) อำเภอหาดใหญ่  จังหวัดสงขลา โครงการนี้มีมูลค่ากว่า 287.59 ล้านบาท ระยะเวลาการดำเนินงาน 365 วัน อีกทั้งยังรวมไปถึง โครงการที่ TEC ได้รับงานรับเหมางานก่อสร้าง โครงการ อาคารบ้านที่พักอาศัย ที่มีมูลค่าของโครงการ อยู่ที่ 85 ล้านบาท ในระยะเวลาอยู่ที่ประมาณ 18 เดือน เรื่มงานในวันที่ 5 พ.ย.2562 และโครงการรับเหมาก่อสร้างงานเกี่ยวกับระบบไฟฟ้า งานระบบของเครื่องกล สุขาภิบาล ระบบการปรับอากาศ สระว่ายน้ำ และสุขภัณฑ์ ของโรงแรมวี วิลล่า อ่าวยนต์ จังหวัด ภูเก็ต ที่มีมูลค่ากว่า 84.2 ล้านบาท ในระยะเวลาของการดำเนินงาน 12 เดือน ทางบริษัทยังอยู่ระหว่าง ของการประมูลงานอีก 4 โครงการ โดยที่จะมีอยู่ 2…

Read More

ภาวะตลาด เงินนิวยอร์ก ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่า เผยถึงข้อมูลเศรษฐกิจ

ภาวะตลาด

ภาวะตลาด เงินนิวยอร์ก ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าลง ถ้าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการที่จะซื้อขายที่ตลาดเมื่อ ปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ วันที่ 15 พ.ย. เนื่องจากนักลงทุนนั้น ขายดอลลาร์ออกมา หลังจากที่สหรัฐได้เปิดเผยข้อมูล ของเศรฐกิจตกต่ำกว่าที่คาดไว้ ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีของความเคลื่อนไหว ของดอลลาร์เมื่อเปรียบเทียบกับสกุลเงินของทั้ง 6 สกุล ในตะกร้าเงิน ที่ลดลง ไปถึง 0.17% ไปสู่ระดับ 97.9999  ภาวะตลาด เงินนิวยอร์ก ยูโร จะแข็งค่าถ้าเมิ่อเทียบกับ ค่าเงิน ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงิน USD อยู่ที่ระดับ 1.1052 ดอลลาร์ จากระดับที่ 1.1022 ดอลลาร์ ขณะที่เทียบค่ากับเงินปอนด์ ที่แข็งค่าแตะขึ้นไป 1.2901 ดอลลาร์ จากระดับที่ 1.2876 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลีย ก็แข็งค่าไปสู่ระดับ 0.6815 USD จากระดับที่ 0.6784 USD ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าลงไปสู่ ระดีบ 1.3228 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับที่ 1.3256 ดอลลาร์แคนาดา แต่ค่าเงิน USD นั้นมีความแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน อยู่ที่ระดับ 1.8.81 เยน จากระดับที 108.39 เยน และยังคงแข็งค่าถ้าเมื่อนำไปเทียบกับ ฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9902 ฟรังก์ ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขานิวยอร์ก ได้มีการรายงานว่า ดัชนีภาคการผลิต (Empire State Index) ได้มีการปรับตัวลงไป 1.1 จุด สู่ระดับ 2.9  ในช่วงเดือน พฤศจิกายน…

Read More

ฟิทช์ เรตติ้งส์ ให้อันดับแก่หุ้นกู้ที่มีผู้ค้ำของ บ.ไทยโอริกซ์ลีสซี่งที่ ‘AAA(tha)’

ฟิทช์ เรตติ้งส์

ฟิทช์ เรตติ้งส์ (ประเทศไทย) ได้มีการประกาศให้อันดับแก่เครดิตภายในประเทศ ในระยะยาว (National Long-Term Rating) ให้แก้หุ้นกู้ ที่มีผู้ค้ำประกันของบริษัท ไทยโอริกซ์ลีสซิ่ง จำกัด หรือ TOLC ที่มูลค่า 1.0 พัน ล้านบาท และครบกำหนดของการชำระ ในปี 2565 ที่ ‘AAA(tha)’ ทั้งนี้ ผู้ที่ถือหุ้นผู้ค้ำประกันดังกล่าวนั้น มีแนวโน้ม ถึงอันดับเครดิต ที่มีเสถียรภาพ การประกาศอับดับครั้งนี่ที่เกิดขึ้นหลังจากที่ ฟิทช์ เรตติ้งส์ (ประเทศไทย) ได้รับเอกสาฉบับสมบูรณ์ ซึ่งมีข้อมูลที่ตรงตามที่ได้รับไว้ก่อนหน้านี้ อันดับของเครดิตของภายในประเทสของหุ้นกู้ดังกล่าวนั้น ก็อยู่ในระดับเดียวกันกับอันดับเครดิต ที่มีการคาดไว้ว่า จะให้ (Expected rating) ที่ประกาศไปก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2562 ที่ปัจจัยการสนับสนุนอับดับเครดิต เป็นปัจจัยที่อาจจะส่งผลต่อ อันดับของเครดิตในอนาคตได้ อันดับเครดิตภายในประเทศนั้นเป็นระยะยาวของหุ้นกู้ที่มีผู้ค้ำประกันของทาง TOLC ที่สะท้อนให้เห็นถึงการได้รับการค้ำประกัน ในลักษณะ ที่ไม่มีเงื่อนไข และไม่สามารถเพิกถอนได้ ORIX Corporation จากประเทศญี่ปุ่น ที่ ORIX;A-‘ /แนวโน้มของอันดับเครดิตที่มีความเสถียรภาพ ทั้งนี้อับดับของเครดิตสากลกสุดเงินของต่างประเทศในระยะยาว Long-Term Foreign Currency Issuer Default Rating ของORIX ที่ ‘A- ที่อยู่ในระดับที่สูงกว่าอันดับเครดิตสากลสกุลเงินในต่างประเทศระยะยาว ของประเทศไทย Long-term Local Currency Issuer Default rating ที่ ‘BBB+’ / แนวโน้มของอันดับเครดิตที่ ไปในทางบวก และสอดคล้องกับเครดิตในประเทศไทยที่ ‘AAA(tha)’ ซึ่งเป็นอันดับสูงสุดของประเทศไทย สำหรับอันดับเครดิตภายในประเทศไทย สำหรับรายละเอียด ที่ข้อมูลเพิ่มเติมของหุ้นกู้ที่มีผู้ค้ำประกัน ของ TOLC…

Read More

บมจ.สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น เผย Q3/62 ขาดทุนจากจ่าย One-time หวังปกติ Q4/62

บมจ.สตาร์ค

บมจ.สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น (STARK) ได้เปิดเผยว่า ผลกำไรในช่วงไตรมาส 3/62 นั้นลดลง เนื่องจากมีการบันทึกเรื่องของค่าใช้จ่าย พิเศษอันเกิดเป็นการทำ Backdoor Listing ธุรกิจเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ (SET) รวมงบประมาณ 200 ล้านบาท ทั้งนี้ เรื่องค่าใช้จ่ายอื่นๆ ยังเพิ่มอีกในอนาคต หลังจากนั้น ตั้งแต่ไตรมาส 4/62 เป็นต้นไป บริษัทจะมีเพียงค่าใช้จ่ายพื้นฐาน ที่เกี่ยวกันเรื่องของการดำเนินงาน และการขยายธุรกิจเท่านั้น ซึ่งจะทำให้สามารถรับรูและบันทึกรายรับจ่ายได้ กำไรจากการดำเนินงาน ธุรกิจ ได้อย่างเต็มตัว และเติบโตไปอย่างมั่นคง บมจ.สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น (STARK) จะแจ้งผลประกอบการ ของไตรมาสที่ 3/62 ว่าขาดทุนสุทธิ 81.08 ล้านบาท ขาดทุนต่อสุทธิต่อหุ่น 0.003 บาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิ 91.96 ล้านบาท กำไรสุทธิต่อหุ้นอยู่ที่ 9,195.99 บาท   ในขณะที่ บมจ.สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น (STARK) ชี้แจงว่าผลการดำเนินงานงวด 9 เดือน ของปี 2562 ทางบริษัทมีรายได้รวมอยู่ที่ 7,675.4 ล้านบาท และเพิ่มขึ้นจำนวน 430.5 ล้านบาท หรือจะคิดเป็น 5.9% จากงวด 9 เดือนแรกของปี 2561  ในขณะที่กำไรสุทธิ ที่ภายหลังได้มีการปรับปรุงเรื่องค่าใช้จ่ายพิเศษ เท่ากับ 269.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้นมา 11.5 ล้านบาท หรือจะคิดเป็น 4.5% จากช่วงเดียวกันของปี 2561 ที่มีกำไรสุทธิ อยู่ที่ 257.7 ล้านบาท โดยที่  STARK…

Read More

บริษัท สหกลอิควิปเมนท์ จำกัด (มหาชน) เซ็นสัมปทาน เหมืองถ่านหินพม่า 25 ปี

บริษัท สหกลอิควิปเมนท์

บริษัท สหกลอิควิปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SQ  เป็นผู้รับเหมาเหมืองแร่ แบบครบวงจร อันดับ 1 ของอาเซียน เลื่อนชั้นสำเร็จ เซ็นคว้าสัมปทานเหมือนถ่านหินที่พม่า 25 ปี พร้อมรับรู้รายได้ ขายถ่านหินนปีหน้า ชูแบ็คล็อคสูง 29,000 ล้านบาท บริษัท สหกลอิควิปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ที่มีความพร้อมทั้งความรู้และบุคลากร และความสามารถเฉพาะทาง ที่รวมถึงทีมงาน ของผู้บริหารที่มีประสบการณ์ ในธุรกิจ เหมืองมานานกว่า 34 ปี พร้อมทั้งยังมีเครื่องจักรขนาดใหญ่ ที่สามารถ ตอบสนองกับลักษณะงาน ของเหมืองได้อย่างครบวงจรได้เป็นอย่างดี ซึ่งถือว่าเป็นจุดแข็งสำคัญ ของทางบริษัทฯ นาย กวิตม์ ศิริสรรพ์ ผู้ที่เป็นเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน ของ SQ ได้กล่าวไว้ว่า ทางบริษัทของเขานั้นยินดีที่จะแจ้งว่า บริษัท เมือง ก๊ก  เอ็นเนอยี่ จำกัด ที่เป็นบริษัทที่ร่วมลงทุน ที่ถือหุ้นกว่า 70 % นั้นได้เซ็นสัญญา เป็นผู้รับสิทธิในสัมปทานในการทำเหมืองทั้งหมด ในโครงการเหมืองถ่านหิน เมืองก๊ก (Mai Khot Coal Mine) ซึ่งตั้งอยู่ที่ รัฐฉาน สาธารณรัฐแห่งสหภาพ เมียนมาร์ ซึ่งเป็นเหมืองที่มีขนาดใหญ่ ถึง 13 ตารางกิโลเมตร และการาดการณ์ในเบื้องต้นนั้นพบว่ามีปริมาณถ่านหิน ทางธรณีวิทยา ประเภทซับบิทูมินัส ลิกไนต์ อยู่ประมาณ 100 ล้านตัน ซึ่งเป็นปริมาณที่มากเพียงพอ สำหรับการเป็นเชื้อเพลิง ของโรงงานไฟฟ้าขนาดใหญ่ โดยในช่วงต่อของบริษัท จะทำแผมจัดการด้านสิ้งแวดล้อมและการสื่อสารชุมชน ก่อนการเข้าทำงานขุดขน ถ่านเชิงพาณิชย์ ไปพร้อมๆ กับการทำแผนสำรวจลักษณะทางเคมี ปริมาณสำรอง ถ่านหินในเขตพื้นที่ ประทานบัตรโดยละเอียดควบคู่กับความเป็นไปได้…

Read More

ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าเทียบกับสกุลเงินหลัก ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก

ดอลลาร์สหรัฐ

ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าเมื่อเทียบกับค่าสกุลเงิน ในการซื้อขาย ที่ตลาด ปริวรรตเงินตรานิวยอร์ก เมื่อที่ 8/11/2562 เนื่องจากนักลงทุนได้กลับเข้าซื้อดอลลาร์ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่เสี่ยง  หลังตลาดได้แรงหนุนจากแนวโน้มความคืบหน้า ในการเจรจาทางการค้าระหว่างสหรัฐ-จีน ดัชนีดอลลาร์ ที่เป็นตัวชีวัดถึงความเคลื่อนไหว ของดอลลาร์ เมื่อเทียบกับสกุลเงิน 6 สกุลในตะกร้าเงิน ที่เพิ่มขึ้น 0.21% ไปสู่ระดับ 98.3521 ดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ  0.9974 ฟรังส์ จากระดับ 0.9955 ฟรังก์ และแข็งค่าถ้าเทียบกับดอลลาร์แคนนาดา ที่ระดับ 1.3327 ดาลลาร์แคนนาดา จากระดับ 1.3181 ดอลลาร์แคนนาดา แต่ดอลลาร์ อ่อนค่าเมื่อถ้าเทียบกับเงินเยน อยู่ที่ ระดับ 109.15 เยน จาก 109.30 เยน ถ้าทียบยูโร กับ ดอลลาร์สหรัฐ อยู่ที่ระดับ 1.1023 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1047 ดอลลาร์ ,เงินปอนด์ก็ออ่อนค่าลง ไปแตะที่ระดับ 1.2783 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2820 ดอลลาร์ และดอลลาร์ออสเตรเลีย อ่อนค่าลงไปสู่ระดับ 0.6855 USD จากที่ระดับ 0.6900 USD ทั้งที่ดอลลาร์ได้แรงหนุนเนื่องจากที่นักลงทุน กลับเข้าไปซื้อดอลลาร์ หลังจากที่ขานรับความคืบหน้า ในการเจรจาทางการค้า ระหว่างสหรัฐ-จีน แม้ว่าท้ายที่สุดแล้วนั้นมีการรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐได้ระบุไว้ว่า เขาคัดค้านแผนการยกเลิกภาษีน้ำเข้าสินค้าจากประเทศจีนก็ตาม แต่นอกจากนี้ ดอลลาร์ก็ยังคงได้รับแรงหนุน จากผลการสำรวจของทางมหาลัยมิชิแกน ที่ระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐนั้น เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 95.7 ในเดือน พฤศจิกายน สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 95.3 จากที่ระดับ 95.5…

Read More

ภาวะตลาดหุ้นไทย ที่ปิดลบ 3.13 จุด เมื่อช่วงเช้า เหมือนกับตลาดหลักทรัพย์ฯ

ภาวะตลาดหุ้นไทย

ภาวะตลาดหุ้นไทย ที่ทางตลาดหลักทรัพย์ฯ ปิดไปในที่ระดับ 1,637.75 จุด 3.13 จุด หรือ -0.19% ที่มีมูลค่าของการซื้อขายไป กว่า 24,674.50 ล้านบาท การซื้อขายหุ้นของช่วงเช้าวันนี้ ดัชนีหุ้นไทยได้มีการเคลื่อนไหว ทั้งในแดนบวก และลบ  โดยที่ดัชนี ที่ทำระดับสูงสุด อยู่ที่ 1,642.09 จุด และทำระดับต่ำสุด อยู่ที่ 1,634.50 จุด โดยที่ นายพิชัย เลิศสุพงศ์กิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายตลาด บล.ธนชาต ได้กล่าวไว้ว่า ตลาดหุ้นไทย เช้านี้เผชิญแรง Take prafit  หลังจากที่เมื่อวานนี้ปรับตัวขึ้นไปถึง 17 จุด ได้ขานรับการเจรจาการค้าของสหรัฐ-จีน ที่เตรียมยกเลิกภาษีนำเข้า แต่ละฝ่ายตามสัดส่วนในแต่ละเฟส ที่ทำใหหุ้นที่ขึ้นนำตลาดฯเมื่อวานนี้ นั้นได้ถูก Take prafit ออกมา ภาวะตลาดหุ้นไทย ส่วนหนักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ มีดังนี้ PTTGC ที่มีมูลค่าการซื้อขาย ไปถึง 998.40 ล้านบาท ปิดไปที่ 55.25 บาทไทย ที่ลดลง 1.00 บาท   PTT มูลค่าการซื้อขาย 980.46 ปิดไปที่ 45.75 บาท มราบดลง 0.25 บาท นอกจากนี้ อัตราผลการตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ Bond yield อายุ 10 ปี ล่าสุดที่ได้มีการขยับขึ้นมา 1.96 % ส่งผลให้นักลงทุนเทไปที่ขาย กระแสเงินทุนจึงไหลออกจากสินทรัพย์ ปลอดภัยย้ายเข้าสู่สินทรัพย์ เสี่ยงมากขึ้น ที่เห็นได้จากดาวโจนส์ ราคาน้ำมัน ตลาดในยุโรป…

Read More